วันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2554

"ฟองน้ำ"ล้างจานแหล่งรวมเชื้อโรค


นางอรุณ บ่างตระกูลนนท์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข และในฐานะผู้วิจัยเรื่องอันตรายจากเชื้อโรคอาหารเป็นพิษ และปริมาณจุลินทรีย์ในแผ่นใยขัดและฟองน้ำทำความสะอาดภาชนะบรรจุอาหาร เปิดเผยว่า จากการเก็บตัวอย่างแผ่นใยขัดและฟองน้ำที่ใช้ล้างทำความสะอาดภาชนะบรรจุอาหาร และอุปกรณ์ประกอบอาหาร
เพื่อมาหาปริมาณจุลินทรีย์ และเชื้อแบคทีเรียก่อโรคเป็นพิษ พบว่าแผ่นใยขัดและฟองน้ำที่เก็บจากร้านค้าจำหน่ายอาหารมีปริมาณการปนเปื้อนเชื้อ จุลินทรีย์ทั้งชนิดที่ไม่ทำให้ป่วย และชนิดที่รุนแรงที่ทำให้ป่วย ส่วนเชื้อแบคทีเรียก่อโรคอาหารเป็นพิษในแผ่นใยและฟองน้ำจากร้านค้า โดยเชื้อโรคที่พบ ได้แก่ เชื้อซัมโมเนลล่า ซึ่งทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษและโรคอุจจาระร่วง เชื้ออหิวาต์เทียม ที่มีอาการท้องร่วงไม่รุนแรงเท่ากับโรคอหิวาต์

"จากงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าแผ่นใยขัดและฟองน้ำที่พบเชื้อโรคอาหารเป็นพิษ นั้นสามารถตรวจพบได้ทั้งในจาน ชาม ช้อน พร้อมกันนี้จำนวนเชื้อจุลินทรีย์ที่พบในแผ่นใยขัดและฟองน้ำมีอัตราสูงมาก ซึ่งพอเป็นข้อมูลได้ว่า โอกาส ที่เชื้อจุลินทรีย์ในแผ่นใยขัดและฟองน้ำอาจติดไปกับภาชนะที่ใช้แผ่นใย ขัดและฟองน้ำล้างทำความสะอาดได้ และโอกาสปนเปื้อนในอาหารได้" วิธีการทำลายเชื้อจุลินทรีย์ในแผ่นใยขัดและฟองน้ำหลังผ่านการล้างทำความ สะอาดภาชนะอุปกรณ์ต่างๆ โดยพบวิธีที่ง่ายและสามารถทำได้ทุกครัวเรือน คือ การใช้กรดน้ำส้มหรือน้ำส้มสายชู 4 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำเปล่าครึ่งลิตร แล้วนำแผ่นใยขัดหรือฟองน้ำที่ผ่านการล้างภาชนะในแต่ละวันมาแช่ทิ้งไว้ค้าง คืน และเปลี่ยนน้ำส้มสายชูใหม่ทุกวัน ภาวะที่มีความเป็นกรดสูงนั้น จะช่วยให้สามารถลดปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ดังกล่าวลงให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย แก่การบริโภค
หรือไม่ก็ควรนำไปตากแดดจัด อย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง ความร้อนจากแสงแดดก็จะช่วยลดปริมาณจุลินทรีย์เช่นเดียวกัน



"ที่สำคัญไม่เพียงเท่านี้ควรทำความสะอาดแผ่นใยขัดและฟองน้ำ โดยผึ่งและทำให้แห้งหลังการใช้งานทุกครั้ง ไม่ควรแช่น้ำยาล้างจานทิ้งไว้จนกว่าจะมีการล้างครั้งใหม่ เนื่องจากไม่สามารถช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ ยังเป็นตัวหมักหมมเชื้อโรคด้วย ทั้งนี้ ควรเปลี่ยนแผ่นใยขัดและฟองน้ำบ่อยๆ ไม่ควรเก็บไว้ใช้นานจนเกินไป"

15 อาหารที่อันตราย...

1.ขนมปังปี๊บ ไม่ควรบริโภค เพราะกระบวนการผลิตขนมปังบรรจุปี๊บบางแห่งไม่มีคุณภาพ
2.เชอร์รี่บนขนมเค้กตามตลาดสด เชอร์รี่สีแดง สีเขียว วางประดับเหนือครีมสีขาว บนขนมเค้ก ส่วนใหญ่จะย้อมสี ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะเสื่อมในไต
3.ซูชิในตลาดนัด ของสดบวก กับความร้อนและเชื้อแบคทีเรียในอากาศ ผู้ที่ซื้อไปรับประทานก็จะมีอาการท้องร่วงท้องเสียตามมา
4.เอแคลร์-ลูกชุบ หรือขนมที่มีการปั้นๆ ถูๆ ต้องพึงระวังสุขอนามัย รวมถึงสีที่ใช้ ซึ่งหลายเจ้าไม่ได้ใช้สีผสมอาหาร ใครทานเข้าไปก็เตรียมใจรับสารตะกั่ว
5.ลูกอมสีประหลาด สีเหล่านี้อาจเต็มไปด้วยสารตะกั่วและโลหะหนัก เพื่อสุขภาพที่ดีของปากและฟัน ควรหนีห่างเป็นดีที่สุด
6.อาหารทะเลปลายฤดูร้อน อาจมีเชื้อไวรัส แบคทีเรียมากกว่าปากติ ฉะนั้นโอกาส ท้องเสียจึงมีสูง หากจะทานก็ควรล้างน้ำเกลือให้สะอาด เพื่อชะล้างฝุ่นดินโคลนออกเสีย
7.อาหารสำเร็จรูปไมโครเวฟ ที่มีวางขายหลากหลายยี่ห้อ ซึ่งบรรจุภัณฑ์ชนิดนี้ไม่ควรนำกลับมาใช้ซ้ำ เพราะเคมีในพลาสติกจะซึมสลายปะปนกับอาหาร สะสมในร่างกาย
8.โยเกิร์ตตามซูเปอร์มาร์เก็ต ผู้ผลิตบางรายอาจผสมแป้งลงไป เพื่อให้ได้ปริมาณและความข้น ขณะที่ผลไม้เชื่อมที่ใช้ก็ถูกสลายด้วยเกลือแร่และวิตามินซีไปนานแล้ว
9.น้ำปลาเปิดขวด ควรมีอายุการใช้ไม่เกิน 1 เดือน เพื่อป้องกันการวางไข่ของแมลงวัน และเชื้อโรคตามอากาศที่ปะปนอยู่ในขวด
10. ขวดซอสมะเขือเทศ ซอสพริก ที่เปิดใช้แล้ว แม้จะเก็บไว้อย่างดีในตู้เย็น แต่หากเปิดใช้เหลือเกินกว่าวันที่ฉลากระบุ ก็ต้องจัดการทิ้งถังขยะ เพราะเชื้อราตามคอขวด ซอสเหล่านี้ เติบโตเร็ว
11.กระดาษหนังสือพิมพ์ ห่อผักสด เข่งปลา วางจำหน่ายอยู่ทั่วไป อันนี้กินไม่ได้แต่สัมผัสกับอาหาร เนื่องจากสารพิษจากหมึกจะปนเปื้อนในอาหารได้ ควรหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะนำ ไปห่อผักแช่ตู้เย็น
12.อาหารกระป๋อง ถ้าใช้ไม่หมดควรเอาออกจากกระป๋องใส่ภาชนะอื่นแช่ตู้เย็น เพราะอากาศจะเร่งปฏิกิริยาให้อาหารปนเปื้อนสารจากกระป๋องได้ง่าย
13.ฟองน้ำล้างจาน นี่ก็ไม่ใช่ของกิน แต่ก็สำคัญเพราะหากนำฟองน้ำล้างจาน กลับมาใช้ซ้ำหลายๆ ครั้ง แบคทีเรียที่มีน้ำยาผสมน้ำทิ้งไว้จึงไม่ควรทิ้งไว้นานเกิน 1 ชั่วโมง หากต้องการกำจัดเบื้องต้น เคล็ดลับง่ายๆ โดยนำฟองน้ำล้างจานไปแช่ในน้ำส้มสายชู แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น
14.อาหารหมักดอง เพราะเชื้อไวรัสในอาหารหมักดองมีฤทธิ์มากพอที่จะทำลายกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยเฉพาะอาหารหมักดองที่ขายตามตลาด
15.เบียร์สด ซึ่งมีกรรมวิธีการผลิตแตกต่างจากเบียร์บรรจุขวด เพราะจะไม่ถูกกรองยีสต์ที่ตายแล้ว ก็อาจจะทำให้ได้รับซากยีสต์จากการดื่มด้วย ซึ่งต้องระมัดระวังหากใครมีปัญหาเรื่องภูมิต้านทานแบคทีเรีย

วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เจ้าของกูเกิ้ล google


กูเกิล เป็นบริษัทมหาชนอเมริกัน มีรายได้หลักจากการโฆษณาออนไลน์ที่ปรากฏในเสิร์ชเอนจินของกูเกิล อีเมล แผนที่ออนไลน์ ซอฟต์แวร์จัดการด้านสำนักงาน เครือข่ายออนไลน์ และวิดีโอออนไลน์ รวมถึงการขายอุปกรณ์ช่วยในการค้นหา กูเกิลสำนักงานใหญ่ที่รู้จักในชื่อกูเกิลเพล็กซ์ตั้งอยู่ที่เมืองเมาน์เทนวิว รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยมีพนักงาน 16,805 คน (31 ธันวาคม 2550) โดยกูเกิลเป็นบริษัทอเมริกันที่ใหญ่ที่สุดที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของดัชนีดาวโจนส์ (ข้อมูล 31 ตุลาคม พ.ศ. 2550)


กูเกิลก่อตั้งโดย แลร์รี เพจ และ เซอร์เกย์ บริน ขณะที่ทั้งคู่กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ซึ่งภายหลังทั้งคู่ได้ก่อตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2541 ในโรงจอดรถของเพื่อนที่ เมืองเมนโลพาร์ก ในรัฐแคลิฟอร์เนีย และมีการเสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก เมื่อ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2547 เพิ่มมูลค่าของบริษัท 1.67 พันล้านเหรียญสหรัฐ และหลังจากนั้นทางกูเกิลได้มีการขยายตัวตลอดเวลาจากการพัฒนาซอฟต์แวร์ใหม่และการซื้อกิจการอื่นรวมเข้ามา กูเกิลได้ถูกจัดอันดับให้เป็นบริษัทที่น่าทำงานมากที่สุดในสหรัฐอเมริกาโดยนิตยสารฟอร์จูน ซึ่งมีคติพจน์ประจำบริษัทคือ Don't be evil อย่างไรก็ตามทางบริษัทได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ในด้านการละเมิดข้อมูลส่วนตัว การละเมิดลิขสิทธิ์ และการเซ็นเซอร์ในหลายส่วนปัจจุบัน กูเกิ้ล มีรายได้ 23,651ล้านUSD หรือประมาน 756,000 ล้านบาท และมีสินทรัพย์กว่า 41,000ล้านUSD หรือกว่า1.312ล้านล้านบาท และทำให้คู่หูแลร์รี เพจ และ เซอร์เกย์ บริน กลายเป็นอภิพญามหาโคตะระเศรษฐีจากการจัดอันดับของForbes โดย เซอร์เก บริน และ ลาร์รี่ เพจอยู่ในอันดับที่24เท่ากัน มีสินทรัพย์ 17,500 ล้านUSD หรือประมาน 560,000ล้านบาท

วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2554


แหวนที่แพงที่สุดในโลก


แหวนที่มีราคาค่างวดสูงที่สุดในโลกมีชื่อว่า Chopard Blue Diamond หัวแหวนเป็นเพชรบลูไดมอนด์รูปไข่ ประดับด้วยเพชรด้านข้างและทองคำขาว 18k สนนราคาประมาณ 520 ล้านบาท





หนังสือที่แพงที่สุดในโลก


คงด้วยเนื้อหาที่เกี่ยวกับประวัติรวมทั้งผลงานของ ไมเคิล แองเจโล ประติมากรเอกของโลก และหน้าปกที่ทำด้วยหินอ่อนพร้อมการลงทุนลงแรงที่ทำกันนานถึงหกเดือนเต็ม ทำให้สนนราคาหนังสือเล่มนี้สูงลิ่วถึง 100,000 กว่าดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3 ล้านกว่าบาทเท่านั้นเอง




ค็อกเทลราคาแพงที่สุดในโลก

27321 คือชื่อของค็อกเทลที่มีราคาแพงที่สุดในโลก มีขายที่โรงแรม Burj al Arab ในดูไบ ราคาประมาณ 7,450 ดอลล่าร์ต่อหนึ่งแก้ว เหตุที่มีราคาแพงหูฉี่ก็เพราะมีส่วนผสมของเครื่องดื่มเก่าแก่อายุ 55 ปี คือ Macallan Single Malt Scotch Whisky จากสกอตแลนด์ ผสมกับน้ำผลไม้และน้ำตาล Maraculija แถม เสิร์ฟด้วยแก้วทองคำซะด้วย








ประติมากรรมที่แพงที่สุดในโลก
อีกหนึ่งผลงานทำเงินติดอันดับท็อป 5 ของโลก เมื่อบริษัทซอเทอบีส์ (Sotheby’s) กรุงลอนดอน จัดประมูลงานประติมากรรมรูปคนเดินขนาดเท่าคนจริงที่ชื่อ L’Homme qui Marche I (The Walking Man) ของศิลปินชาวสวิส Alberto Giacometti และขายไปได้ในราคา 104.3 ล้านดอลลาร์ (3,441 ล้านบาท) โดย Giacometti นี้ถือเป็นศิลปินคนสำคัญในกลุ่ม Surrealist ผู้มีผลงานหลายร้อยชิ้น ส่วนประติมากรรมคนเดินทำจากทองสัมฤทธิ์สูง 183 เซนติเมตรนี้ ได้ชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของมนุษย์ผู้ถ่อมตนและเป็นผลงานชิ้นเยี่ยมของศิลปะสมัยใหม่ ถือเป็นการลงทุนเพื่อหาเพื่อนเดินที่แพงที่สุดในโลก





ดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ต่อให้คนมือบอนแค่ไหนก็คงเด็ดดอกไม้ดอกนี้ไม่ไหว เพราะดอกไม้ Rafflesia Arnoldii เผ่าเดียวกับ Rafflesia มีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 3 เมตร และมีน้ำหนักมากถึง 11 กิโลกรัม พบได้มากตามป่าฝนแถบเกาะสุมาตรา เกาะบอร์เนียว ของอินโดนีเซีย และประเทศฟิลิปปินส์เท่านั้น หนุ่มไหนเด็ดมาให้ได้รักตายเลย

































































วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ดื่มนมเปรี้ยวไม่ทำให้ผอม

นมเปรี้ยวเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการนำนม มาหมักด้วยจุลินทรีย์ที่ไม่ทำให้เกิดโรค จุลินทรีย์จะเพิ่มจำนวนมากขึ้น และทำปฏิกิริยากับน้ำตาลแลคโตส ซึ่งเป็นน้ำตาลธรรมชาติในน้ำนม เกิดกรดแลคติคที่มีรสเปรี้ยว ได้นมที่มีลักษณะเป็นครีมข้นๆ เรียกว่า โยเกิร์ตชนิดรสธรรมชาติ แต่ในบ้านเรานิยมเติมน้ำตาล น้ำเชื่อม ผลไม้เชื่อมลงไป หรือทำให้เหลวแล้วเติมน้ำตาล และแต่งรสผลไม้เป็นนมเปรี้ยวชนิดดื่ม ซึ่งเป็นชนิดที่นิยมกันมาก แต่นมเปรี้ยวชนิดดื่มที่นิยมกันอย่างมากในปัจจุบันนั้น ส่วนใหญ่มีนมเป็นส่วนประกอบเพียงร้อยละ 35-50 และที่สำคัญนมเปรี้ยวชนิดดื่มเหล่านี้ รวมทั้งชนิดไลท์ที่ทำมาจากนมพร่องมันเนย มีน้ำตาลผสมสูงถึงร้อยละ 8-20 สูงกว่านมหวานอย่างมาก และสูงใกล้เคียงกับน้ำอัดลมทีเดียว "ดื่มนมเปรี้ยว 1 กล่อง (180 มล.) จึงได้น้ำตาล 3 ช้อนชา บางยี่ห้อมีน้ำตาลสูงถึง 7 ช้อนชา ในขณะที่แนะนำให้กินน้ำตาลไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา ดื่มนมเปรี้ยววันละ 2 กล่อง จึงหมดโควตาแล้ว จึงไม่ต้องสงสัยว่ายิ่งดื่มนมเปรี้ยวมาก วันละหลายกล่อง แทนที่จะผอมลง กลับน้ำหนักเพิ่มขึ้น เพราะนมเปรี้ยวที่มีน้ำตาลสูงเหล่านี้ให้พลังงานพอๆ กับนมสดรสจืด และสูงกว่านมจืดพร่องมันเนย แต่มีโปรตีน แคลเซียม วิตามิน และแร่ธาตุอื่นเพียงครึ่งเดียว และไม่ต้องหวังว่าจะได้ประโยชน์จากจุลินทรีย์ที่ยังมีชีวิต เนื่องจากกระบวนการผลิตนมเปรี้ยวชนิดดื่มแบบยูเอชที จุลินทรีย์ตายหมดแล้ว จึงควรเข้าใจเสียใหม่ว่านมเปรี้ยวไม่ได้ช่วยให้ผอม คนอ้วนจึงควรดื่มนมจืดพร่องมันเนย ถ้าดื่มนมสดแล้วไม่สบายท้องหรืออยากเปลี่ยนรสชาติบ้าง ก็ให้เลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติ หรือเพลนโยเกิร์ต จะดีกว่า คนที่ไม่อ้วนถ้าอยากดื่มนมเปรี้ยวให้เลือกชนิดที่มีส่วนผสมเป็นนมวัวสูง และมีน้ำตาลต่ำ

ซีวีที่ดี ต้องไม่มีแบบนี้

ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่เอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้แบบนี้ ทำให้ตำแหน่งงาน กับผู้สมัครงานนั้นไม่ค่อยจะสัมพันธ์กันเท่าไหร่ และแน่นอนว่าไอ้ที่ว่าไม่สัมพันธ์กันนั้น ต้องหมายถึงงานนนั้นมีน้อยกวาผู้สมัครงานอย่างแน่นอน
และด้วยความที่เดี๋ยวนี้กลายเป็นยุคของงานที่เป็นฝ่ายเลือกคน ดังนั้นวันนี้เราก็เลยอยากจะเอาทริคดี ๆ เกี่ยวกับการเขียนซีวี หรือใบสมัครงานที่ดีมาฝากกัน เพราะใบสมัครงานนั้น ถือเป็นปราการด่านแรกที่จะตัดสินตัวคุณได้เลยว่าคุณนั้นน่าสนใจสำหรับงานนั้น ๆ หรือไม่ และซีวีที่ดีจะต้องไม่มีข้อความดังต่อไปนี้
1. ถ้อยคำโกหก แน่นอนว่าไม่ว่าใครต่างก็อยากได้งานที่ตัวเองสมัครกันทั้งนั้น แต่เพื่อการนี้คุณก็ไม่จำเป็นต้องโกหก เมคข้อมูลต่าง ๆ ขึ้นมาเพื่อให้คุณดูดีกว่าผู้สมัครรายอื่นก็ได้นี่หน่า เพราะสุดท้ายแล้ว ฝ่ายบุคคลที่เป็นเซียนในด้านการสัมภาษณ์อาจจะต้อนจนคุณจนมุมได้ หรือไม่เช่นนั้นคุณอาจจะแพ้ภัยตัวเอง เพราะลืมไปว่าคุณเผลอโกหกอะไรไว้ตอนเขียนใบสมัครก็เป็นได้

2. ไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน จำเอาไว้ว่า คุณต้องตั้งเป้าหมายของคุณให้ชัดเจนก่อนเขียนใบสมัครงาน เช่นคุณอยากทำงานในตำแหน่งประชาสัมพันธ์ก็เขียนไปเลยว่าคุณอยากเป็นประชาสัมพันธ์เพราะอะไร ไอ้ประเภทที่ว่า ตำแหน่งอะไรก็ได้ที่เหมาะสม ให้ลืมไปได้เลย เพราะบางครั้งฝ่ายบุคคลอาจจะเกิดแฮงค์ขึ้นมากระทันหัน เพราะเขาเองก็อาจจะเลือกตำแหน่งที่เหมาะสมกับคุณไม่ถูกพอ ๆ กับที่คุณเองก็เลือกตำแหน่งที่ต้องการไม่ถูกเช่นกัน
3. ข้อความยาวเกินก็ไม่มีใครอ่าน เดี๋ยวนี้เวลาเป็นเงินเป็นทอง ทุก ๆ นานั้นมีค่ามาก และฝ่ายบุคคลเองเขาก็ไม่ได้มีหน้าที่แค่รับสมัครพนักงานเพียงอย่างเดียวเช่นกัน ดังนั้นการเขียนซีวีที่ยาวเกินควาจำเป็นจนจะเป็นน้อง ๆ นิยายเล่มเล็ก ๆ ก็จงลืมไปเสียเถิด เพราะซีวีที่ดีต้องสั้น กระชับ ได้ใจความ เพราะคุณเองก็คงไม่อยากมานั่งอ่านซีวีที่ยาวยืเป็นวัน ๆ หรอกใช่มั้ยล่ะ

4. ข้อความตัดพ้อ สำหรับกรณีที่คุณออกจากที่ทำงานเก่าด้วยความรู้สึกที่ไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงานไม่ดี บรรยากาศในการทำงานแย่ เจ้านายไม่เอาใจใส่ หรือกฏเกณฑ์ต่าง ๆ ของบริษัทเดิมไม่ยุติธรรม คุณก็ไม่ควรจะเอาไปใส่ไว้ในซีวี เพราะนั่นเท่ากับคุณเป็นกระบอกเสียงเล็ก ๆ ที่ประจานความไม่ดีของที่ทำงานเดิมแบบไม่เจตนาก็ได้ และนั่นก็จะส่งผลต่อการพิจารณาของที่ทำงานที่คุณไปสมัครด้วย เพราะเขาเองก็อาจจะสงสัยได้ว่า หากคุณไม่พอใจบริษัทของเขา คุณเองก็อาจจะเอาบริษัทไปว่าได้ในใบสมัครงานฉบับหน้าของคุณก็ได้ใครจะรู้
>>++10 สุดยอดทำให้สมองบันเจิด++<<
การใช้สมองตลอดทั้งวันทำให้สมองของเราอ่อนล้าอย่างมากวันนี้เอา10 สุดยอดวิธีที่ทำให้สมองบันเจิดแจ่มใสมาฝากกันครับ
อันดับที่ 10 นอนหลับอย่างเพียงพอ
ใครๆก็รู้ว่าการพักผ่อนเป็นสิ่งที่จำเป็นของมนุษย์ ถ้าวันไหนอดนอนหรือนอนไม่ได้เต็มที่แน่นอนคุณจะต้องออกอาการเบลอ คิดอะไรไม่ออกเป็นแน่แท้ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นหรือครับ ก็เพราะว่าการอดหลับอดนอน มันมีผลต่อระบบต่างๆในร่างกายของเฮา โดยเฉพาะในส่วนของการรับรู้ ดังเช่น ความทรงจำ และ สมาธิ นอนไม่พอยังทำให้เกิดปรากฎการณ์ ที่เรียกว่า snowball effect แถมจะมีผลเรื้อรังอีกด้วยนะ!! ทำไง? เข้านอนให้ตรงเวลา ก่อนนอนก็อย่าแจ้นไปกินข้าว เล่นเกมส์หรือ หาโน่นหานี่มาทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงฤดูหนาว พยายามเข้านอนแต่หัวค่ำ จะได้ตื่นขึ้นมารับรุ่งอรุณ ได้อย่างแจ่มใส เข้านอนแต่หัวค่ำจะช่วยให้คุณอารมณ์ดีและ กระปรี้กระเปร่าด้วยนะ เจ๋งไหมละ!!
อันดับที่ 9 ผ่อนคลายการผ่อนคลาย

ถือเป็นอีกทางหนึ่งที่ทำให้สมองแจ่มใส วิธีในการผ่อนคลายมีหลากหลายวิธีตามแต่คุณจะชอบอาทิ การฟังเพลงเบาๆ ร้องคาราโอเกะ การนั่งสมาธิ เช่นโยคะ เป็นต้น และมีมากมายร้อยแปดประการ
อันดับที่ 8 ออกกำลังกายการ

ออกกำลังกายถึงจุดจะทำให้ร่างกายหลั่งสารความสุข ผมเป็นคนหนึ่งที่ติดการออกกำลังกายมากถ้าวันไหนไม่ได้ออกจะแทบคลั่งเลยทีเดียว ออกกำลังกายนอกจากจะทำให้สุขภาพกายดีแล้วยังทำให้สุขภาพจิตดีด้วยสมองก็แจ่มใส่ นอกจากนั้นการออกกำลังกายยังจะทำให้่ช่วยให้ ระบบเผาผลาญพลังงานดีขึ้น และทำให้หัวใจไม่เสื่อมเร็วด้วย ทำไง? ไปออกกำลังกายไง เน้นการออกกำลังกายที่เน้นการทำงานของหัวใจ และออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ
อันดับที่ 7 กินเยอะๆ พวกผักสีเขียวและผักหลาก
สี
ผักสีเขียวหรือผักหลายสีนัี้นจะมีวิตามินที่เป็นประโยชน์สูงปริ๊ดดดดดดด ทั้งยังมีแอนตี้ออกซิเด้นที่จะช่วยป้องกัน ความจำเสื่อม เช่น vitamin E,C,B มีอยู่เยอะในผักสีเขียว ดังนั้นกินเข้าไปโลด ดีทั้งนั้น ทำไง? กินผักผลไม้ไม่ใช่เรื่องยากเลยนะ ลองทำอาหารบำรุงสมองเช่นสลัดดูก็ได้
อันดับที่ 6 เข้าเรียน!!

ทำไมละ? ก็ความรู้คือพลังไงละ เคยได้ยินบ่? ทำไงดี? พยายามหาความรู้เข้าสมองให้เยอะๆ มีเรียนก็เข้าเรียน หุๆ แค่เพียงการ เทคคอร์สสักคอร์ส เพียงคอร์สเดียว ก็จะช่วยให้คุณได้ความรู้ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นแล้วแหล่ะ รู้มาก เก่งมาก ไม่ยาก ใช่ไหม....
อันดับที่ 5 เล่นเกมส์พัฒนาสมอง
ทำไม? เกมส์ด้านตรรกะ จะช่วยให้คุณได้ใช้งานสมอง ด้านซ้าน ช่วยพัฒนากระบวนการคิดอย่างมีเหตุมีผล และทำให้กระบวนการคิดด้านตรรกะดีขึ้น ทำไง? เดี๋ยวนี้มีเกมส์แนวนี้เยอะแยะ เช่นเกมส์อักษรไขว้ โซดูกุ หาซื้อสักเล่มก็ได้ หรือจะเล่นวีดีโอเกมส์ หรือเกมส์คอมฯ ที่มันเอาไว้ "พัฒนาสมอง" หรือไม่ก็หาเล่นเกมส์แนวนี้ออนไลน์ ก็ได้ มีเยอะแยะเีชียวแหละคับ ก็ลองหาไรทำเป็นกลุ่มดูสิ
อันดับที่ 4 อ่านมากเก่งมากทำไม?

คงไม่มีใครจะปฎิเสธนะครับว่าการอ่านมีประโยชน์แค่ไหน เดี๋ยวนี้นิยายหลายเรื่อง ก็มีในรูปแบบดิจิตอล หรือหาอ่าน แบบออนไลน์ก็ได้ ทำไง? เลือกหนังสือมาสักเล่ม แล้วเริ่มอ่าน อ่านปกมันดูก่อนก็ได้ แล้วลองหาดูว่า เล่มไหนที่เราอยากอ่าน หาเจอแล้วก็อ่านมันเสีย
อันดับที่ 3 หางานอดิเรกที่สร้างสรรค์ทำ
ทำไม? งานด้าน Creative จะพัฒนาสมองด้านขวา ในขณะที่ สมองด้านซ้ายจะเกี่ยวกับด้านความคิด ตรรกะต่างๆ พยายามใช้สมองทั้งสองด้าน แล้วสมองของคุณจะแจ่ม!! ทำไง? ใช้เวลาสักชั่วโมง เพื่อทำงานอดิเรกที่ creative เช่น วาดรูป แกะสลัก ถ่ายภาพ หรือแม้แต่ทำอาหาร ถ้าคุณไม่รู้จะทำ ไรดี ก็ลองหาไรทำเป็นกลุ่มดูสิ
อันดับที่ 2 เลิกบุหรี่!ทำไม?

นอกจากการสูบบุหรี่จะทำร้ายคนอื่นแล้ว ควันบุหรี่นี่แหละที่เ่ป็นปัจจัยที่ทำให้คุณ ดูแก่ขึ้น และลดความสามารถในการจดจำ ทำไง? การเลิกบุหรี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าใดนัก แต่มันก็ ทำได้นะครับ มีวิธีแนะนำหลายๆอย่างเลยเกี่ยวกับ การเลิกบุหรี่ ลด ละ เลิก ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ใช้ได้ผลดีทีเดียว
อันดับที่ 1 เล่นเกมส์แนววางแผนทำไม?

การเล่นเกมส์ที่เกี่ยวกับการวางแผนจะช่วยให้คุณเพิ่ม ทักษะการคิดด้านการวางแผนและทำให้คุณรู้จัก วิธีแก้ปัญหาที่คล้ายๆกันได้ หากเจอปัญหาในชีวิตจริง ทำไง? เกมส์แนวนี้มีเยอะ ทั้งเกมส์กระดาน เช่น หมากรุก หรือวีดีโอเกมส์ ก็มีแนวนี้เยอะจะตาย เลือกสักเกมส์ที่คุณอยากเล่นดู หวังว่าบทความเหล่านี้จะช่วยให้คุณได้รู้วิธีทำให้้สมองแจ่ม